แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - admin

หน้า: [1] 2 3 ... 35
1


“เตรียมปืนให้พร้อม สงกรานต์นี้ blued จัดเต็ม เตรียม เป้า(หมาย)นายแบบหนุ่มฮอตน่าเดท เพื่อให้ผู้โหลดลุ้นออกเดทไปกับพวกเขา เรามาส่องกันว่าจะงานดีขนาดไหน “

แอพพลิเคชัน Blued แจกไอโฟนXR ฟรี เพียงร่วมโหลดหนุ่มน่าเดท สงกรานต์2019 นี้กับ My BlueDate 2019 ผู้ร่วมโหวตไม่ว่าจะเป็นชายเทียมหรือหญิงแท้ ก็มีโอกาสได้ออกเดทกับผู้ชนะของเรา1 คืน ในภายใต้ #bluedสงกรานต์นี้ไม่มีนก #bluedBR>


แอปพลิเคชัน Blued ตามหาหนุ่มสุดฮอตสงกรานต์ที่ชาวเราอยากออกเดทด้วยมากที่สุด เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาทนอกจากนั้นผู้ชนะจะได้เป็น Brand Ambassador ของ Blued ร่วมแสดงซีรี่ย์กับทางบริษัท JINLOE MEDIA WORK และได้รับตำแหน่ง Man Of The Year Thailand 2019 เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดบนเวทีนานาชาติ “Man Of The Year 2019”

Blued แอปพลิเคชันสังคมออนไลน์เพื่อชาวเกย์ ที่พัฒนาโดยบริษัท Blued  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สังคมเปิดรับความหลากหลายทางเพศและเพื่อกระจายความรู้เกี่ยวกับโรค HIV ทั้งนี้ Blued ได้จัดกิจกรรม คู่เดท ใน #bluedสงกรานต์ไม่นก เพื่อเตรียมฉลองต้อนรับ กฏหมายคู่ชีวิต ของเมืองไทยที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้โดยเปิดโอกาสให้เพศเดียวกันแต่งงานกันได้ ชายแต่งงานกับชายและหญิงแต่งงานกับหญิง ไม่ได้จำกัดเฉพาะชายกับหญิง เท่านั้น ซึ่งกฎหมายคู่ชีวิตจะมีสิทธิและหน้าที่ช่วยเหลือ อุปการะ เลี้ยงดูกัน รวมทั้งให้มีสิทธิในฐานะคู่ชีวิต เป็นต้นว่า สิทธิในการยินยอมรักษาพยาบาล,อำนาจจัดการศพ,การดำเนินคดีอาญาแทนคู่ชีวิต,การเรียกร้องสินไหมทดแทนจากการขาดไร้อุปการะ,การจัดการทรัพย์สิน,การรับมรดก แต่ไม่รวมถึงการรับบุตรบุญธรรม ,การเปลี่ยนคำนำหน้านาม,การเปลี่ยนชื่อสกุล รวมทั้งสวัสดิการของรัฐ ซึ่งจะต่างกับการจดทะเทียนของชายหญิงทั่วไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กับกฎหมายหลายฉบับ อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวก็เป็นการเปลี่ยนแปลงก้าวแรกของการเรียกร้องสิทธิ์ชาวLGBT ที่น่าเฉลิมฉลองยิ่งนัก โดยกิจกรรม My BluedDate 2019 จะมีหนุ่มๆสุดฮอตที่ชาวเราชื่นชอบมาประกวด เพื่อหาสุดยอดหนุ่มน่าเดท โดยผู้ชนะที่ได้จากการประกวด จะสุ่มเลือกผู้ร่วมโหวตจาก แอปพลิเคชันหาเพื่อนใหม่ของ Blued เพื่อมาออกเดทด้วยกัน 1 วัน ทั้งนี้ทางทีมจัดกิจกรรมได้ย้ำไว้ว่ากิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีใหม่ๆไม่ใช่การส่งเสริมเรื่องทางเพศแต่เป็นอย่างใด

แอปพลิเคชัน Blued เริ่มเปิดให้บริการที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม ปีพ.ศ.2559 หลังจากเปิดให้บริการได้ 4 เดือน มียอดผู้เข้าใช้เพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า นอกจากแอปพลิเคชัน Blued แล้วทางบริษัทยังให้ความสนใจกับซีรี่ย์เกย์ ทั้งนี้ทาง Blued ได้จับมือกับบริษัท JINLOE MEDIA WORK ร่วมกับจัดสร้างซีรี่ย์เกย์เผยแพร่ทางออนไลน์ผ่านช่องทาง YouTube อีกด้วย

เช่นเดียวกับกิจกรรม My BlueDate ครั้งนี้ ทาง App Blued จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพที่ดี แลกเปลี่ยนทัศนคติ มุมมอง ซึ่งความสัมพันธ์ไม่จำเป็นจะต้องจบลงที่ความสัมพันธ์คู่รักเสมอไป แม้ตัวอย่างโฆษณาจะออกมาล่อแหล่มไปนิด  แถมยังสื่อสารออกมาในสองแง่สองง่าม ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายที่ Blued ต้องการสื่อสารถึง แต่นัยยะของตัวเนื้อเรื่องโฆษณา ก็ยังแฝงไว้ด้วยแนวคิดเรื่องความรัก เนื้อแท้ที่อยู่ภายใต้เปลือก โดยที่ทางทีมสร้างเชื่อว่าเราทุกคนล้วนต้องเกิดมาอยู่เป็นคู่ และมีอีกหลาย ๆ คนที่เฝ้าคอยความรักจาก กามเทพ ที่จะมามอบความรักดีๆให้กับพวกเขา ในโฆษณาทีมสร้างต้องการสื่อให้เห็นว่าทางแอปพลิเคชัน Blued จัดกิจกรรมขึ้นให้คุณได้เป็นกามเทพของตนเอง โดยใช้ปืนที่ท่านมียิงใส่คนที่คุณอยากจะเดทด้วยดังในตัวโฆษณาและเสื้อที่ขาดเปรียบกับเนื้อแท้ภายใต้เปลือกนอกนั้นเอง



My BlueDate 2019 กิจกรรมค้นหาหนุ่มหล่อขวัญใจชาวเราที่น่าเดทที่สุดในเทศกาลสงกรานต์ 2019 โดยผู้ร่วมสนุกจะต้องทำกิจกรรมกับทาง Blued เพื่อหาผู้ชนะชิงเงินราลวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาทและรางวัลอีกมากมาย ยิ่งไปกว่านี้ผู้ร่วมโหวตยังมีสิทธิ์ลุ้นออกเดทกับผู้ชนะการประกวด My BlueDate 2019 จำนวน 1 วัน โดยเริ่มเปิดรับสมัครวันที่ 1-20 มีนาคม 2562 และเริ่มทำกิจกรรมวันที่ 21 มีนาคมเป็นต้นไป ผู้เข้าประกวดจะต้องร่วมทำกิจกรรมเพื่อคัดผู้ผ่านเข้ารอบจนเหลือผู้ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายและมาตัดสินผู้ชนะกันบนเวทีที่ถนนสีลม ในวันที่ 15 เมษายน 2562 โดยจะให้ผู้ร่วมงานเตรียมปืนมายิงผู้เข้าประกวดที่ใส่ชุดตัดมาจากกระดาษว่าว ผู้เข้าประกวดคนไหนถูกยิงจนเสื้อขาดก่อนจะเป็นผู้ชนะ จากนั้นผู้ชนะการประกวดจะสุ่ม 1 ผู้ร่วมโหวตเพื่อไปเดทกับหนุ่ม My BlueDate 2019 เป็นเวลา 1 วัน สนใจร่วมสนุกหรือติดตามข่าวกิจกรรมได้ที่ Facebook : Blued
สามารถรับชม Teaser My Blue Date 2019 ได้แล้วที่
https://www.youtube.com/watch?v=-Ddt1_OXGpw
และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Blued ได้ที่ https://bit.ly/2CgAHni
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bluedthailand


2


ในแต่ละวันเราก็แต่งหน้าแตกต่างกันไปตามความรู้สึก ตามกระแส ตามความเร่งรีบ ถ้ารีบสุด ๆ ก็หน้าสดกันไปเลย เคยอ่านข้อเขียนสอนการแต่งหน้าของกูรูคนนึงที่มีผลงานดีงามมาก แต่ข้อแม้ของการแต่งหน้าเยอะมาก อย่างนี้ไม่ได้ อย่างนั้นไม่ควร อย่างนี้ไม่เหมาะ คือเรากลับเห็นต่าง เหตุเพราะเรามองว่าการแต่งหน้าเหมือนงานศิลป ที่มีความงามในหลายรูปแบบ ชอบแนวไหน ก็แต่งแนวนั้น เทรนด์ไหนอิน เทรนด์ไหนเอาท์ เราไม่ยึดติด เกริ่นซะยืดยาวเลย คราวนี้เอาความรู้มาฝากสาว ๆ สายบิวตี้กันอีกแล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของไอเทมจำเป็นสุด ๆ อย่าง ที่ปัดขนตา (mascara) ว่ามีกี่แบบ เลือกชนิดไหนให้เหมาะกับขนตาของเรา
1.Pointed Wand เป็นที่ปัดขนตาที่มีลักษณะของหัวแปรงแบบ Pointed หรือแบบแหลม ให้ประโยชน์แบบ 2in1 เพียงแค่ปัดขนตาในครั้งแรกก็ทำให้ขนตาดูยาวขึ้นเยอะเลย อย่าพลาดใช้หัวแปรงงัดที่ปลายขนตาด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มความงอนให้ขนตาแบบสุด ๆ
2.Curved Wand เป็นที่ปัดขนตา(mascara) แบบหัวแปรงโค้ง เหมาะกับสาว ๆ ที่มีขนตาตรง เนื่องมาจาก mascara ชนิดนี้จะช่วยงัดขนตาให้งอนงาม
3. Ball Wand ที่ปัดขนตา(mascara)รูปทรงกลม ดูแปลกตา สามารถชอนไชเข้าสู่จุดต่าง ๆ ได้ดี ทำให้เนื้อของ mascara เคลือบขนตาได้อย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยทักษะในการใช้อยู่มากทีเดียว
4. Cone Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้เหมาะกับสาว ๆ ที่มีขนตาเส้นเล็ก หัวแปรงที่เป็นทรงกรวยจะช่วยให้สาว ๆ ปัดขนตาได้อย่างทั่วถึง แม้กระทั่งส่วนหัวตา ก็ช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น
5. Rectangle Wand หัวแปรงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ไม่เหมาะกับการปัดตามซอกมุม แต่เหมาะมากสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาสั้น ด้วยเหตุว่าแปรงทรงนี้ จะช่วยให้ขนตาของสาว ๆ ดูหนาและยาวขึ้นได้อย่างง่ายๆ
6. Bubble Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้ตอบโจทย์ในเรื่องความงอน ความเด้ง ช่วยทำให้ขนตาดูมีมิติและดูเป็นธรรมชาติมาก
7. Skinny Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้สำหรับคนที่ขนตาสั้น อยากให้ขนตาดูยาว หัวแปรงยาวแบบนี้แหละที่จะช่วยเพิ่มความยาวและเรียงเส้นของขนตาเราได้อย่างสวยงาม
8. MiniTure Wand เป็นที่ปัดขนตาแบบจิ๋ว สำหรับการัดขนตาล่าง ช่วยให้ปัดขนตาได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงความเลอะเทอะรอบดวงตาเลย
ในคราวนี้ขอนำเสนอเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ ในโอกาสต่อไปจะเอาภาพประกอบมาให้ดูกันด้วย แต่สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ตัดสินใจเลือกซื้อที่ปัดขนตาไม่ถูก ไม่รู้จะใช้แบรนด์ไหน แบบไหนดี ก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ได้เลยนะคะ
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/mascara.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

3


สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีดวงตาสวยคมกลมโต จะต้องไม่พลาดการใช้ไอเทมเด็ดที่ชื่อว่าอายไลเนอร์ สำหรับสาว ๆที่ชื่นชอบการแต่งหน้ามานานก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า อายไลเนอร์ ที่นิยมใช้กันอยู่ในทุกวันนี้แบ่งเป็นกี่ชนิด แต่สำหรับสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่ อาจจะยังไม่รู้ว่า อายไลเนอร์นั้นมีมากมาย หลายชนิด ตัวอย่างเช่น อายไลเนอร์ดินสอ อายไลเนอร์แบบพู่กัน เป็นต้น ครั้งนี้ก็เลยจะมาสาธยายให้สาว ๆ ทุก ๆ ท่านได้รู้จักกันว่า อายไลเนอร์แต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตามมาเลยค่ะ

อายไลเนอร์แบบพู่กัน
อายไลเนอร์แบบนี้ถือว่าเป็นแบบคลาสสิคเลยก็ว่าได้ เพียงแค่จิ้ม ๆ แล้วเอามาปาดที่ขอบตาก็สวยคมโฉบเฉี่ยวขึ้นมาได้ทันที ใช้งานง่าย

อายไลเนอร์ดินสอ
อายไลเนอร์ดินสอนั้นเหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่เริ่มต้นใช้ eye liner ที่ไม่อยากเลอะเทอะในการใช้ eye liner เขียนพลาดก็สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า อายไลเนอร์ประเภทอื่น ใครที่ชอบกรีดตาแบบฟุ้ง ๆ เบา ๆ บอกเลยว่า อายไลเนอร์ดินสอ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบน้ำ
อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบปากกา ที่สาวๆ หลาย ๆ คนพอใจ คนที่จะใช้ต้องมีฝีมือกันนิดนึง แต่ไม่ต้องจุ่มให้ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดฝาออกมา เขียนดวงตาตามลักษณะที่เราต้องการ ส่วนที่จะแห้งเร็วหรือช้านั้นก็แล้วแต่ยี่ห้อ เลือกใช้กันตามความถนัดและความชอบได้เลย อายไลเนอร์ชนิดลิควิคนี้ต้องเขียนต้องใช้บ่อยๆ แล้วก็จะชินและถนัดมือ

อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล
อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล ถือว่าตอบโจทย์สาว ๆ ที่สีสันที่คมเข้ม สีสันชัดเจน การใช้อายไลเนอร์แบบเนื้อเจลนั้นก็จะคล้าย กับอายไลเนอร์แบบพู่กันแค่จุ่มแล้วก็เอามากรีดที่ตา เพราะว่าเนื้อเจลอาจจะต้องรอเวลาให้แห้งหลังจากที่ทาไปสัก 1-2นาทีนะคะ ถ้ายังไม่แห้งอย่าเผลอไปปาดนะ กลายเป็นหลินปิงเลยนะ

อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์
อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์  เป็นแบบเดียวกับ อายไลเนอร์ลิควิค เพียงแต่ผสมกลิตเตอร์เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มประกายวิ้งวับให้กับดวงตา ช่วยให้ดูสดใสในยามค่ำคืน เหมาะสำหรับการแต่งหน้าออกงานกลางคืนโดยเฉพาะ

อ่านมาถึงตรงนี้ สาว ๆ หลายคนอาจมีคำถามว่าแล้วอายไลเนอร์ชนิดไหนที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด แนะนำว่าให้พิจารณาในแง่ของการใช้งานเป็นหลัก ถ้ามือใหม่ ไม่ชอบแบบยุ่งยาก อยากได้ลุคแบบฟุ้ง ๆ ก็ใช้ อายไลเนอร์ดินสอ นี่แหละตอบโจทย์ที่สุด สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการอายไลเนอร์ดินสอเนื้อครีมแบบป้องกันน้ำ ติดทนนาน คุณภาพดี เราขออนุญาตนำเสนอ อายไลเนอร์ดินสอ DESSIN DU REGARD
ติดต่อสอบถามได้ที่ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-liners.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

4


เนื้อหาที่เราจะนำเสนอในวันนี้ สำหรับสาวสายบิวตี้น้องใหม่ โดยเฉพาะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับสาว ๆ ที่ชื่นชอบการแต่งหน้า ครั้งนี้เป็นเรื่องของ อายแชโดว์
อายแชโดว์นั้นหากแบ่งตามลักษณะก็จะแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทซึ่งได้แก่ อายแชโดว์เนื้อครีม อายแชโดว์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง อายแชโดว์ชนิดน้ำ และชนิดสุดท้ายคืออายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์ แต่ละชนิดนั้นมีลักษณะเช่นใด เหมาะสมกับการใช้ยังไง ตามไปดูกันต่อได้เลยค่ะ
1. อายแชโดว์เนื้อครีม หากว่าสาว ๆ นั้นรู้สึกเบื่อกับการใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็งแล้ว ลองหันมาใช้อายแชโดว์เนื้อครีมดูก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้อายแชโดว์เนื้อครีมจัดเป็นไอเทมสุดคูลที่สาวสายบิวตี้ให้ความสนใจใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื้อของอายแชโดว์เนื้อครีมนั้นมีลักษณะเป็นครีมที่ค่อนข้างหนา ช่วยให้สีสันที่ชัดเจนและติดทนนานกว่าอายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็ง ส่วนวิธีการใช้ eye shadow เนื้อครีมนั้นก็เหมือนกับการใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็ง ที่สามารถใช้แปรงหรือใช้นิ้วมือของเราแตะแล้วก็ป้ายไปที่เปลือกตาของเราได้เลย
2. อายแชโดว์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง เป็น eye shadow ที่ทุก ๆ คน เห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไป เป็น อายแชโดว์ ที่คุณ ๆ ให้ความสนใจใช้กันมาก ทั้งนี้เพราะใช้ง่าย เกลี่ยง่าย มีสีให้เลือกมาก แต่เนื่องจาก eye shadow ชนิดนี้มีลักษณะเป็นฝุ่นผง จึงทำให้ติดไม่ทนมากนัก ส่วนการใช้งานนั้นแค่ใช้แปรงหรือนิ้วมือสัมผัสไปที่อายแชโดว์ แล้วป้ายที่เปลือกตาในตำแหน่งที่ต้องการได้เลย
3. อายแชโดว์ชนิดน้ำ อายแชโดว์ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบแท่งลักษณะคล้าย ๆ กับลิปกลอส พร้อมกับพู่กัน สีของอายแชโดว์ชนิดน้ำจะผสมชิมเมอร์ มีเนื้อที่ใสทำให้เกลี่ยได้ง่าย และติดได้ทนนาน วิธีการใช้งานเพียงใช้แปรงป้ายสีไปที่เปลือกตาจากนั้นใช้นิ้วมือเกลี่ยไล้ให้ดูกลมกลืน
4. อายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์ เป็นอายแชโดว์ที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ สายบิวตี้น้อยมากถึงมากที่สุด เหตุผลหลัก ๆ ที่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องด้วยใช้งานค่อนข้างยาก เหมาะสำหรับช่างแต่หน้ามืออาชีพ ส่วนการใช้งานอายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์นั้น จำเป็นต้องลงอายแชโดว์เบสก่อน เพื่อความติดทนนาน และจะได้ไม่ร่วงใส่ตา
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ ท่าน ที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหา อายแชโดว์เนื้อครีม กันอยู่ แต่ยังไม่ได้ตกลงใจว่าจะใช้ของแบรนด์ไหน เราขอนำเสนอ อายแชโดว์เนื้อครีม จาก  Yves Saint Laurent Beauté ให้ทุก ๆ ท่านได้ลองไปใช้กันดูนะคะ  FULL MATTE SHADOW  เป็นอายแชโดว์เนื้อแมทท์ที่เปลี่ยนเป็นแป้งเนื้อเบาทันทีที่เซ็ตตัว ปราศจากความหนาหนัก ไม่เป็นคราบแป้ง รวมถึงไม่ลบเลือนเลอะเปื้อนระหว่างวัน
ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-shadows.html

5


แน่นอนเลยว่านอกจากรองพื้นที่มำหน้าที่ช่วยปรับหน้าให้เนียนใสขึ้นแล้วนั้น เครื่องสำอางอีกอย่างหนึ่งที่คุณ นั้นจะขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือแป้ง ด้วยเหตุว่าแป้งนั้นเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้หน้าของเรานั้นแลดูกระจ่างใสขึ้น และยังช่วยปกปิดริ้วรอย รอยแผลเป็น ช่วยลบเลือนความหมองคล้ำบนในหน้า ช่วยให้ใบหน้าของเรานั้นดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดความมันบนผิว ให้สาว ๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นั้นได้สวยเป๊ะ เดินเชิดหน้าได้อย่างมั่นใจตลอดทั้งวัน ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์แป้งนั้นมีให้เราได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย อาทิ แป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น แป้งแบบเนื้อครีม แป้งผสมรองพื้น แป้งกันยูวี  เมื่อมีให้เลือกใช้มาก ก็ทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ ต้องมาปวดหัวกันอีก ว่าแป้งแบบไหนที่จะพอดีกับการแต่งหน้าของเรามากที่สุด ถ้าอย่างนั้น ในคราวนี้ขอเอามาแจกแจงให้ทุกท่านได้รู้จักกันสัก 2 ชนิด ซึ่งก็คือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง และแป้งฝุ่น เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเราแป้งแต่ละชนิดเป็นยังไง

แป้งฝุ่นอัดแข็ง Pressed powder
Pressed powder  หรือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง  จากแป้งฝุ่นที่ใช้กันทั่ว ๆ ไปนำมาอัดแข็งและบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่พกพาสะดวก เพื่อเพิ่มสะดวกต่อการใช้แป้ง เหมาะกับท่านที่ผิวหน้าไม่ต้องการปกปิดมากนัก ด้วยเนื้อแป้งที่มีลักษณะละเอียด เบาเหมือนแป้งฝุ่น ทำให้เมื่อตบ ๆ เติม ๆ แล้วไม่ทำให้ผิวหน้าดูหนา ดูหนักหน้า จุดแข็งของแป้งชนิดนี้ก็คือ ทำให้ผิวหน้าดูเนียนขึ้น มีความบางไม่หนักหน้า เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางวันเพื่อดูดซับความมันของเครื่องสำอางที่ใช้ แป้งฝุ่นอัดแข็ง (Pressed powder) นี้จะเหมาะกับสาวที่มีผิวธรรมดามากกว่าสาวๆ ที่มีผิวมัน เนื่องจากสาว ๆ ที่มีผิวมัน เมื่อใช้แล้วแป้งอาจจะจับตัวกันเป็นก้อนได้

แป้งฝุ่น
แป้งฝุ่นเป็นแป้งที่มีเนื้อบางเบา ละเอียดมาก มักจะถูกใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้าเพื่อทำให้ผิวดูเรียบเนียน ไม่มัน เนื่องจากแป้งฝุ่นจะช่วยดูดซับความมันในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้า อีกทั้งยังช่วยทำให้สีสันบนใบหน้าเด่นชัดขึ้น และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน เหมาะกับกับสาวๆที่มีผิวที่แพ้ง่าย เพื่อป้องกันการอุดตันจนทำให้เกิดสิวและผิวอักเสบ

เมื่อได้รู้จักกับแป้งทั้ง 2 ชนิดแล้ว เชื่ออย่างยิ่งว่าทุกคน คงจะเลือกใช้แป้งที่เหมาะสมกับสภาพผิว ได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลย เพียงแค่ทำตามข้อแนะนำนี้ พร้อมกับเลือกแป้งที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรามาที่สุด ผิวหน้าของสาวๆ ก็จะไม่ต้องพบเจอกับปัญหาอีกแล้ว สุดท้ายขอนำเสนอแป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น ผลิตภัณฑ์สุดคูลจากแบรนด์  Yves Saint Laurent Beauté
เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/powder.html

6


สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ ห่างหายจากการรีวิวไปนาน เนื่องจากติดภารกิจ ทั้งงานราช งานหลวง รัดตัวซะจนไม่มีเวลามานั่งเขียนรีวิวกันเลย  ในครั้งนี้กลับมาแล้วร่างกายพร้อม วัตถุดิบพร้อม เชื่อเหลือเกินว่าถ้าวันนี้ใครต่่อใครที่เข้ามาอ่านรีวิวเราจบเป็นอันต้องเสียทรัพย์ไปกับการหาซื้อสินค้าที่เรานำมารีวิวอย่างแน่นอน อยากทราบแล้วล่ะซิว่าคราวนี้เราจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ตัวไหน

ผลิตภัณฑ์ที่เราจะมาพูดคุยกันในคราวนี้ก็คือ ครีมรองพื้น ที่เป็น รองพื้น ติดทนนาน จากยี่ห้อสุดเริดอย่าง อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ กับคำเคลมแรงๆ ที่ว่าปกปิดขั้นสุด เกลี่ยง่าย และคุมมันได้นานถึง 24 ชม. กับ ALL HOURS FOUNDATION SPF 20 หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาราว ๆ 2 อาทิตย์ ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ พูดแค่สั้น ๆ ว่า ของเค้าดีจริง ๆ แต่ถ้าพูดสั้นแค่นี้ก็คงเรียกว่ารีวิวไม่ได้เนอะ งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า

เนื่องจากเป็นครีมรองพื้น จะให้พูดถึงเรื่องอื่นก่อนเรื่องของการปกปิดก็ดูจะแปลก ๆ ไปหน่อยนะ งั้นเริ่มจากเรื่องของการปกปิดก่อนเลย ในเรื่องของการปกปิดนั้นเราให้ 100 คะแนนเต็มเลย เจอมาหลายยี่ห้อแล้วคำเคลมแรงแต่พอใช้จริงผิดหวังอย่างมาก แต่ไม่ใช่ ALL HOURS FOUNDATION ที่สามารถ ปกปิด อำพรางรอยแดง รอยดำได้ดีมาก ช่วยปรับให้สีผิวมีความสม่ำเสมอ เป็นรองพื้น ติดทนนาน ที่ดูแลความมันได้ดี ไม่มีเยิ้ม ไม่หลุด ได้ลุคแมทท์ และที่เพื่อน ๆมีปัญหามากในการหาซื้อรองพื้นที่ให้เข้ากับสีผิวไม่ได้ซักที ครีมรองพื้น All Hours Foundation จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ สามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้อย่างดีเลยเพราะว่ามีให้เลือกมากมายถึง 22 เฉดสี ทำให้สาว ๆ สามารถเลือกสีที่มีความใกล้เคียงกับผิวตัวเองได้มากที่สุด

ถ้าคุณกำลังมองหารองพื้นเจ๋ง ๆ ที่จะช่วยให้ผิวของคุณดูสวยเป๊ะ ครีมรองพื้น YSL All Hours Foundation นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้เลยค่ะ ด้วยเนื้อรองพื้นที่บางเบา ไม่หนา ไม่หนัก และยังมีความสามารถในการอำพรางจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้ดี แต่ยังให้ความเป็นธรรมชาติมาก ๆ เอาเป็นว่าถ้าเพื่อน ๆ อยากได้รองพื้นที่ใช้ได้ในชีวิตจริง ผิวสวยเป๊ะในชีวิตจริง ไม่ใช่ลงรองพื้นแล้วดูเหมือนคนหน้าแน่นไปออกงานทุกวัน YSL All Hours Foundation คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยค่ะ

ถึงตรงนี้แล้วเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงจะตัดสินใจเลือกซื้อครีมรองพื้น ติดทนนาน บางเบาแต่ปกปิดได้อย่างเทพ มาใช้ บอกเลยค่ะ ว่าของมันต้องมี มันคุ้มค่ามาก ถ้าตกลงใจได้แล้วก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ด้านล่างได้เลยนะคะ
แวะชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/all-hours-foundation.html

7


หนุ่ม ๆ หลายคนมองข้ามเรื่องกลิ่นกาย คงต้องบอกตรงนี้เลยนะคะว่า เรื่องนี้ผู้หญิงซีเรียสนะคะ ไม่ว่าคุณ ๆจะมีหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตร มีหุ่นเท่ห์ หล่อล่ำ ซิกแพคงามแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ามีกลิ่นกาย บอกเลยค่ะว่า ความหล่อก็ช่วยคุณไม่ได้ ฉะนั้นหนุ่ม ๆ ก็ควรดูแลในเรื่องของกลิ่นตัวให้ดีและข้อสำคัญอีกประการก็คือ อย่าลืมเพิ่มความหอมด้วยน้ำหอมผู้ชายให้กับตัวเองกันด้วยนะ เพื่อเป็นการเพิ่มเสน่ห์ น่าค้นหา น่าอยู่ใกล้ ๆ แต่ถ้าหนุ่ม ๆ คนใดที่ไม่เคยใช้น้ำหอมผู้ชายมาก่อน หรือต้องการใช้แต่ไม่ทราบว่าจะเลือกใช้แบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง ตามอ่านกันต่อได้เลยค่ะ เพราะว่าในวันนี้เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำหอมผู้ชายอย่างละเอียดกันเลย

เทคนิคการเลือกกลิ่นน้ำหอมผู้ชาย มีวิธีการเลือกง่าย ๆ ดังนี้
- ไม่ควรเลือกซื้อน้ำหอมจากการดมกลิ่นน้ำหอมเพียงอย่างเดียว ควรลองฉีดหรือแต้มน้ำหอมกลิ่นที่เราเลือกไว้ที่บริเวณข้อมือสักพัก ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้เพราะแต่ละคนจะมีกลิ่นกายเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เมื่อน้ำหอมผสมกับกลิ่นตัวถึงจะได้กลิ่นที่แท้จริง
- ไม่ควรทดลองน้ำหอมมากจนเกินไป เนื่องจากประสาทสัมผัสในการรับรู้กลิ่นของเรา จะไม่สามารถจำแนกได้ ทางที่ดีควรลองครั้งละ 2-3 กลิ่น
- ไม่ควรไปเลือกซื้อนํ้าหอมในช่วงที่เราเพิ่งจะฟื้นจากอาการเจ็บป่วย หรือไม่สบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่ม ๆ ที่เพิ่งสูบบุหรี่เสร็จใหม่ ๆ ด้วยเหตุว่ากลิ่นของบุหรี่จะมีผลต่อการรับรู้กลิ่นน้ำหอม ทำให้กลิ่นนํ้าหอมที่เราทดลองนั้นมีกลิ่นน้ำหอมที่ผิดเพี้ยนไปจากกลิ่นน้ำหอมที่แท้จริง

กลิ่นน้ำหอมที่คุณผู้ชายต้องเลือกใช้
Floral น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นหอมหวาน เหมาะอย่างยิ่งกับหนุ่ม ๆ ที่มีบุคลิกอ่อนโยน รู้สึกสดชื่นเมื่อใช้ น้ำหอมโทนนี้เป็นน้ำหอมกลุ่มใหญ่ที่นิยมผลิตมากที่สุด
Fresh น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นออกแนวหวานอมเปรี้ยว ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา และเพิ่มความรู้สึกสดใสให้ผู้ใช้ได้ ส่วนผสมก็มักจะเป็นสมุนไพร เฟิร์น มอส ต้นหญ้าสีเขียว และผลไม้
Oriental น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นที่หอมแบบเย้ายวนชวนให้หลงใหล กลิ่นนี้เหมาะกับผู้ชายเจ้าเสน่ห์ ชื่นชอบในการไปเที่ยวในยามราตรี ใช้ชีวิตชนิดโก้หรู น้ำหอมโทนนี้โดยมากสกัดจากเครื่องเทศ
Woody น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นหอมแบบสุขุมนุ่มลึก เท่ห์ๆ แนวอบอุ่นๆ เหมาะสมกับหนุ่ม ๆ ที่ชอบใกล้ชิดธรรมชาติ หลงใหลในท้องทะเล มีความเป็นอิสระ รักการผจญภัยและมีความเป็นนักกีฬาอยู่ในตัวเอง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับหนุ่ม ๆ ทั้งหลายที่มองข้ามในเรื่องของกลิ่นกาย และน้ำหอมผู้ชาย พูดเลยว่า ของมันต้องใช้ ของมันต้องมี มันจำเป็นจริง ๆ นะคะ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/fragrance/men.html
Yves Saint Laurent Beauté : https://www.yslbeautyth.com

8


ผลิตภัณฑ์เด็ดจาก Yves Saint Laurent Beauté ที่จะมาช่วยเติมเต็มผิวของท่าน ให้ดูสวยสมบูรณ์แบบไร้ที่ติยิ่งขึ้น ALL HOURS CONCEALER คอนซีลเลอร์ใต้ตา ที่ตอบทุกโจทย์ เกลี่ยลื่น เนียนกลืนเป็นเนื้อเดียวกับผิว ที่สำคัญเลยคือสามารถติดทนนานถึง 16 ชั่วโมง ALL HOURS CONCEALER มาใน packaging ที่เป็นแท่งสีดำกับฝาสีทองที่ดูเรียบง่ายแต่หรูหราและดูทันสมัย สามารถมองเห็นสีของคอนซีลเลอร์เนื้อฟลูอิดที่อัดแน่นด้วยเม็ดสีได้อย่างชัดเจนผ่านช่องใสที่ทอดยาวตลอดด้านหน้าของแท่ง

ALL HOURS CONCEALER คอนซีลเลอร์ใต้ตา ผลิตภัณฑ์เด็ดจาก Yves Saint Laurent Beauté ที่มีสีมาให้สาว ๆ เลือกใช้ให้เหมาะกับผิวตัวเองมากถึง 6 เฉดสี ตั้งแต่ Porcelain ถึง Almond และ Honey ไปจนถึง Toffee ทุกเฉดสีอัดแน่นด้วยเม็ดสีเข้มข้น มีความสามารถในการทนต่อเหงื่อและทนกับสภาพอากาศร้อนอย่างบ้านเราได้เป็นอย่างดี เกลี่ยง่ายไม่ตกร่องหรือลบเลือนในระหว่างวัน และเมื่อได้ทำการทดสอบใช้งานในชีวิตประจำวัน คอนซีลเลอร์ใต้ตา แท่งนี้ ประการแรกเลยคือติดทนนานจริง ๆ ตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้ว่าติดทนยาวนานผ่านไป 16 ชั่วโมง คอนซีลเลอร์ที่ลงไว้ก็ยังคงสภาพดูดีเหมือนเพิ่งลงเสร็จใหม่ ๆ ไม่เลือนหาย และไม่มีร่องรอยหรือคราบสะสมที่ร่องริ้วรอยเลยแม้แต่น้อยประการต่อมาคือเนื้อของ concealer นั้นนุ่มละเอียดให้ความรูปสึกแบบเบาบางมาก จึงทำให้เกลี่ยง่ายมาก ๆ ไม่รู้สึกมันเยิ้ม เพียงใช้พู่กันแต้ม concealer ลงไปบนตำแหน่งที่เราต้องการปกปิด แม้ทิ้งไว้สักพักก็ยังเกลี่ยได้ง่าย ๆ ลงใต้ตาแล้วไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบ สามารถปกปิดจุดบกพร่องทุกประเภทได้อย่างสนิทและไร้ที่ติ รอยสิว รอยคล้ำใต้ตา รอยแดง หรือจุดด่างดำ บอกเลยว่า ALL HOURS CONCEALER เอาอยู่

ALL HOURS CONCEALER ช่วยให้คุณสวยเลิศพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ มีผิวหน้าที่สวยไร้ที่ติ นวลเนียน และได้รับการปกปิดจุดบกพร่องต่าง ๆ ของคุณ ๆ ได้อย่างเนียนสนิทติดทนนาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมในระหว่างวัน ทั้งนี้เพราะผิวหน้าของคุณจะดูสวยสมบูรณ์แบบตลอด หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครก็ตามที่กำลังตัดสินใจหรือกำลังเล็งคอนซีลเลอร์ใต้ตารุ่นนี้อยู่นะคะ ถ้าไม่สะดวกไปหาซื้อที่เคาน์เตอร์ YSL ก็สามารถสั่งแบบออนไลน์กันได้นะคะ สะดวกมาก ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง และเสียอารมณ์กับการจราจรที่นับวันยิ่งสาหัสมากยิ่งขึ้น เพียงแค่กดเข้าไปที่ลิ้งก์ที่เราวางไว้ให้ที่ด้านล่างของบทความนี้ อย่าลืมติดตามกันต่อไปนะคะ เราจะพยายามนำเสนอเนื้อหาที่ดีมีประโยชน์มาให้อ่านกันเรื่อย ๆ เลยค่ะ
สั่งซื้อสินค้าได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/concealer.html

9


The eyes are the windows of the heart. ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ คำ ๆ นี้นั้นใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยเลยก็ว่าได้ เวลาที่เราสนทนากับใคร เราก็จะต้องมองตาของคน ๆ นั้น การไม่สบตาคู่สนทนานั้นถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ซึ่งบางทีอาจถูกมองว่าไม่มีมารยาทในการเข้าสังคมไปเลย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแลและให้ความสำคัญกับรอบ ๆ ดวงตาของเรา ไม่ใช่แค่ดูแลแค่ผิวหน้าเท่านั้น ต่อให้หน้าแน่น ผมสวย หุ่นปัง เสื้อผ้าจัดเต็ม แต่ถ้ารอบดวงตาเหมือนหมีแพนด้าก็พังพินาศได้เลย ตรงนี้พูดจากประสบการณ์ตรงของตัวเองเลยนะ เพราะเราเป็นคนที่มีขอบตาคล้ำดำมาตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ถูกล้อเลียนว่าเป็นหมีแพนด้ามาตลอด พยายามหาครีมบำรุงรอบดวงตามาใช้ ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้รอบดวงตามีสีที่จางลง แต่ก็ไม่เจออายครีมที่ตอบโจทย์เราได้เลย เราเองก็พยายามสรรหาครีมชั้นดีเพื่อมาบำรุงดวงตาเราอยู่เสมอ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอสักที จนวันนึงมีพื่อนแนะนำให้เราลองใช้ ครีมบำรุงรอบดวงตา ของแบรนด์ดังอย่าง Yves Saint Laurent Beauté บอกเลยว่าครั้งแรกที่เพื่อนแนะนำให้ลองใช้นั้นไม่อยากใช้เลย ตรง ๆ เลยคือเรารู้สึกว่าราคามันสูงไปสำหรับเรา แต่เนื่องจากโดนตื้อให้ซื้อมาลองใช้ สุดท้ายทนแรงตื้อไม่ไหว ใจอ่อนยอมซื้อจนได้

ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมพร้อมเงินเต็มกระเป๋าเดินไปที่ห้าง มองหาเคาน์เตอร์ YSL แล้วจัดการจ่ายเงินซื้อ TOP SECRETS EYE PERFECTOR ด้วยเวลาไม่ถึง 10 นาที เจ้า TOP SECRETS EYE PERFECTOR ครีมบำรุงรอบดวงตา จากแบรนด์สุดหรู ก็มาอยู่ในมือเรา เมื่อภารกิจของเราสำเร็จแล้วก็รีบกลับบ้านสิคะจะรออะไร ผ่ารถติดร่วม 2 ชั่วโมงในที่สุดเราก็กลับถึงบ้านได้อย่างสะบักสะบอม(ชีวิตคนเมืองนี่มันลำบากจริง ๆ) อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลาบำรุงผิวหน้าและรอบดวงตาได้ประเดิม ครีมบำรุงรอบดวงตา สมาชิกใหม่ล่าสุดของโต๊ะเครื่องแป้งเรา สัมผัสแรกที่รู้สึกเลยคือ รู้สึกได้ถึงความชุ่มฉ่ำ ที่รอบดวงตา บอกตรง ๆ ว่า ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตามาหลายตัว แต่ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน หลังจากที่ใช้ไปประมาณ 2 สัปดาห์ รอบดวงตาดูสีจางลง แถมริ้วรอยก็ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน และที่ชอบที่สุดคือ ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนกว่าเดิมมาก ๆ แนะนำเลยว่าเพื่อน ๆ คนไหนที่มีปัญหาแบบเรา ลองหาซื้อครีมบำรุงรอบดวงตา TOP SECRETS EYE PERFECTOR ตัวนี้มาใช้เลย ของมันต้องมี เพราะว่าของมันดีจริง ๆ ทุกวันนี้เดินสวย ๆ มั่นใจมากกว่าเดิมเยอะเลย
สั่งซื้อสินค้าได้ที่  https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/eye-lip-care.html

10


การที่เรามีผิวพรรณที่อ่อนกว่าวัยหรือดูสดใสได้นั้น นอกจากเป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้ตั้งแต่เกิดแล้วนั้น  ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วย ถึงแม้จะมีผิวสวยมาตั้งแต่เกิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผิวคุณ ๆ นั้นจะสวยไปตลอดกาลนะคะ ถ้าไม่ได้รับการดูแลผิวอย่างดี ผิวสวยอาจจะกลายเป็นผิวเสียได้เลย

จะเห็นได้ในปัจจุบันมีสกินแคร์หลายยี่ห้อมาก ซึ่งก็เป็นผลดีกับผู้บริโภคอย่างเราที่สามารถเลือกสรรสกินแคร์ใหม่เหมาะกับเราที่สุด อย่างไรก็ดี คุณทราบหรือไม่ว่า การที่เราจะได้รับประโยชน์จากสกินแคร์ได้มากที่สุดนั้น เราจะต้องจัดลำดับการใช้ให้ถูกต้องด้วย หากเราใช้ไม่ถูกต้องก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากสกินแคร์อย่างเต็มที่ สำหรับขั้นตอนการใช้สกินแคร์ที่ถูกต้องมีดังนี้
1.ทำความสะอาดใบหน้า
เริ่มจากการทำความสะอาดใบหน้าก่อนเลย เพราะว่าเราจำเป็นต้องกำจัดความมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเครื่องสำอางที่ตกค้างอยู่บนใบหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าสกินแคร์ที่คุณใช้จะสัมผัสกับผิวโดยตรง
2.ทายาก่อนเสมอ
หลังจากที่คุณล้างหน้าจนสะอาดหมดจดแล้ว ถ้าต้องใช้ครีม หรือต้องโลชั่นตามที่แพทย์สั่ง หรือยารักษาสิว คุณก็ควรทาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก่อน เพราะยาจะได้สัมผัสกับผิวเป็นอันดับแรก ทำให้คุณได้รับประโยชน์ยานั้น ๆ ได้อย่างสูงสุด
3.ทาครีมกันแดด
หลังจากที่ทายาเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือหลังจากล้างหน้าในกรณีที่คุณไม่ต้องทายาใด ๆ  สิ่งที่คุณควรทาในขั้นตอนนี้นั้นก็คือ ครีมกันแดด ซึ่งมันจะทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องผิวที่ดีที่สุด เมื่อครีมอยู่บนผิวที่สะอาด ทั้งนี้ควรรอให้ครีมกันแดดแห้งสักครู่ก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถประหยัดเวลาโดยใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของครีมกันแดด
4.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อเบาที่สุดไปหนักที่สุด
การที่สกินแคร์จะทำงานได้เต็มที่นั้น ให้คุณเริ่มโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักหรือมีเนื้อเบา แล้วค่อยไล่ระดับไปยังผลิตภัณฑ์สูตรที่มีเนื้อหนาหรือเนื้อหนักมากขึ้น

ถึงแม้ว่าสกินแคร์ต่างๆ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาผิว หรือบำรุงผิวของคุณให้มีสุขภาพดี แต่การใช้การทาให้ถูกลำดับก็เป็นทริคสำคัญที่ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่คุณใช้ได้อย่างเต็มที่ ต่อไปนี้การเลือกใช้สกินแคร์ คงจะไม่เป็นปัญหาสร้างความปวดหัวให้สาว ๆ อีกต่อไปแล้ว ใช้ถูกขั้นตอนช่วยให้ไอเทมบำรุงผิวต่าง ๆ ให้ประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป
ขอทิ้งท้ายไว้สักนิด หากเพื่อน ๆ กำลังมองหา สกินแคร์ โลชั่น ที่ให้ผลลัพธ์ดีมาก ๆ  เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ใช้ดีจนต้องบอกต่อ
สั่งซื้อสินค้าได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/concern/brightening.html

11


การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกท่าน ที่โปรดปรานการแต่งหน้าแบบจัดหนัก จัดเต็ม และยังต้องรู้จักวิธีการล้างหน้าเพื่อขจัดเครืองสำอางบนใบหน้าออกอย่างถูกทาง เพื่อไม่ให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบนั่นเอง ซึ่งตัวช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากคงจะหนีไม่พ้น โฟมล้างหน้า คลีนเซอร์

ในปัจจุบันนั้นการทำความสะอาดผิวด้วยการใช้โฟมล้างหน้าเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอ ทั้งนี้เพราะเครื่องสำอางในปัจจุบันมีสูตรกันน้ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการขจัดสิ่งสกปรก สิ่งตกค้างที่เกิดจากการใช้เครื่องสำอางให้หมดไปจากผิว หลายท่านเลือกใช้ไม่ถูกระหว่าง คลีนซิ่ง กับ คลีนเซอร์ ว่าคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และต้องใช้อย่างไร ในคราวนี้เราจะมาไขข้อกังขาให้กับทุกคน
Cleansing คืออะไร
Cleansing นั้นก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า โดยเอาสิ่งสกปรก คราบมัน รวมถึงเครื่องสำอางออกไปค่ะ หากเพื่อน ๆ เป็นคนแต่งหน้า หรือเป็นคนที่ทาครีมกันแดด  แนะนำเลยว่าควรใช้ Cleansing เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อรูขุมขนบนผิวหน้าของเราจะได้ไม่อุดตัน ซึ่งนับว่าเป็นการป้องกันการเกิดสิวที่ดีที่สุดเลยค่ะ ซึ่งเจ้า Cleansing นี้ก็แบ่งออกเป็นหลายประเภท อาทิ Cleansing Water Cleansing oil หรือ Cleansing lotion เป็นต้น

คลีนเซอร์คืออะไร ?
คลีนเซอร์ก็คือผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดใบหน้า หรือที่คนส่วนมากเรียกกันว่า โฟมล้างหน้า มีสรรพคุณในการล้างเอาสิ่งสกปรก และคราบมันบนใบหน้าเราออก
ควรใช้ คลีนเซอร์ตอนไหน ?
ถ้าใครที่ไม่ได้แต่งหน้าหรือใช้ครีมกันแดดก็สามารถทำความสะอาด ล้างหน้าด้วย คลีนเซอร์ ได้เลย ส่วนใครที่แต่งหน้า หรือทาครีมกันแดดก็ต้องใช้ Cleansing เช็ดหน้า ทำความสะอาดก่อน หลังจากนั้นก็ใช้ คลีนเซอร์ ล้างทำความสะอาดหน้าอีกครั้งหนึ่งค่ะ
ทริคการจำง่าย ๆ เลยก็คือ Cleansing ใช้ขณะหน้าแห้ง คลีนเซอร์ ใช้ตอนหน้าเปียก
ทั้งหมดนี่ก็คือความต่างระหว่าง Cleansing กับ คลีนเซอร์ นะคะ เลือกใช้กันให้ถูก เพื่อการดูแลรักษาผิวหน้าให้สะอาดค่ะ ขออนุญาตเน้นย้ำกันอีกครั้งว่า หากคุณ ๆเป็นคนหนึ่งที่ทั้งแต่งหน้า ทาครีมกันแดด ก็ควรจะใช้ทั้ง Cleansing และ คลีนเซอร์ ค่ะ เพื่อความสะอาดขั้นสูงสุด รูขุมขนไม่อุดตัน ห่างไกลจากปัญหาสิวในอนาคต แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่แต่งหน้า ใช้คลีนเซอร์อย่างเดียวก็เอาอยู่ แต่ถ้าท่านใดเลือกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะใช้ คลีนเซอร์ แบรนด์ไหนดี เราขอแนะนำ คลีนเซอร์ คุณภาพเยี่ยมจาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ให้เอาไปลองใช้กันนะคะ บอกเลยว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ เราใช้แทบจะทุกอย่าง ยังไม่เคยผิดหวังกับยี่ห้อนี้เลยสักครั้ง
ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/forever-youth-liberator-foam.html

12


สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน คราวนี้เรามีผลิตภัณฑ์ดี ๆ มาแชร์กัน หลายท่าน ที่ติดตามรีวิวของเราอยู่ตลอด จะรู้กันดีอยู่ว่าเราเป็นคนที่เป็นสิวบ่อยมาก สาเหตุหลัก ๆ เลยก็มาจากเรื่องของความมันบนใบหน้า ก็เลยทำให้เรามีสิวเป็นเพื่อนสนิท ที่แวะมาทักทายกับตลอดทุกเดือน มากบ้างน้อยบ้าง แต่ไม่เคยเว้นว่างเลย พอเป็นสิวก็ต้องหายามาทาวนไปค่ะ แต่สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ไม่แพ้การทายารักษาสิว นั่นก็คือการเลือกใช้เมคอัพ เพราะถึงแม้ว่าเราจะเป็นสิว แต่ชีวิตเรายังคงต้องดำเนินต่อไป ต้องออกไปทำงาน พบปะเพื่อนฝูง ผู้คนมากมาย จะให้เราแบกหน้าสด ๆ กับสิวปูด ๆ ออกไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีงามสักเท่าไหร่ ก็เลยต้องเมคอัพด้วยแป้งพัฟคุมมันสักหน่อยเพื่อเติมความมั่นใจและเพื่อเพิ่มความสบายตาให้กับทุก ๆ คนที่เราต้องพบปะพูดคุยด้วย เกริ่นซะยืดยาวเลย เข้าเรื่องเลยดีกว่า ในครั้งนี้เราจะมารีวิว แป้งพัฟสำหรับคนหน้ามัน จากแบรนด์อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ บอกเลยว่าตลับเดียวเอาอยู่

อันที่จริงเราก็แอบ ๆ เล็ง เจ้าแป้งพัฟคุมมันตัวนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้อมาลองใช้เสียที ก็เพราะว่าแป้งพัฟคุมมันตลับเก่าที่เราใช้อยู่นั้นยังไม่หมด แต่อยากเลิกคบกับแป้งพัฟคุมมันแบรนด์เดิมที่ใช้ ด้วยเหตุว่าคุมมันได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงหน้าก็เริ่มเยิ้ม แต่ด้วยความงกเลยต้องทน ๆ ใช้ให้หมด ๆ ไป(เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลย ห้ามลอกเลียนแบบกันนะคะ) และแล้วในที่สุดก็ได้แป้งพัฟคุมมันของ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้มาเป็นหนึ่งในสมาชิกใหม่ ขอข้ามเรื่อง packaging ไปนะคะ เชื่อเหลือเกินว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่า YSL นั้นไม่เป็นรองใครในเรื่องความหรูหรา แป้งพัฟคุมมัน รุ่นนี้เป็นสูตรที่พัฒนามาให้เหมาะกับ สภาพผิวสภาพอากาศของสาวเอเชียโดยเฉพาะ เหมาะกับผิวมันแล้วก็ทนต่ออากาศชื้นได้เป็นอย่างดี แอบใจร้ายนิดนึงตรงที่ขายแยกรีฟิลกับตลับค่ะ แต่หลาย ๆ คนใช้แล้วบอกว่าดีเลยมองผ่านเรื่องนี้ไปค่ะ จากที่ได้ลองใช้ด้วยตัวเอง บอกเลยว่าชอบมาก ๆ เนื้อแป้งละเอียดมาก เบา สบายผิว ใช้แปรงทาสองเลเยอร์ทั้งหน้าก็ไม่ดูโบ๊ะ หรือดูหนาแต่อย่างใดและด้วยความที่เนื้อแป้งมีลักษณะบางเบา ละเอียด สามารถทาทับทัชอัพระหว่างวันได้สวยมาก ได้ผิวหน้าราวกับเพิ่งแต่งหน้าเสร็จใหม่ๆ (ต้องซับความมันออกให้เกลี้ยงก่อนนะคะ) ริ้วรอยและจุดด่างดำต่าง ๆ ดูเลือนไปด้วยการกระจายแสง แทนที่จะเป็นการปกปิดแบบหนาๆ ทาแล้วได้ผิวที่สวย แลดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ ขอบอกว่าตรงนี้เราชอบมากเลย ท่านใดอยากหาตัวช่วยคุณภาพดีแนะนำเลยว่าแป้งพัฟคุมมันรุ่นนี้จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ใช้ดีจริง ๆ

เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/compact-foundation.html

13


"แคปคาร์ ติดตั้งง่ายไม่ต้องเจาะ"

หมดกังวลของปลิว สัมภาระของสำคัญคุณเปียกเสียหายอีกต่อไป
ผ้าใบปิดท้ายกระบะ สำเร็จรูป รุ่นใหม่
ไม่เจาะตัวรถ ไม่ทากาว ไม่ใช้สามารถถอดเก็บได้ง่ายดาย
#ของแท้#แคปคาร์#capcar#ระวังของเลียนแบบ
ติดตั้งเองได้ภายใน10นาที ท้าพิสูจน์ คลิกดูเลย
https://youtu.be/EJr8B0eBMeQ
ดาราการันตี
https://youtu.be/vOjpYz89cRM

ผ้าใบปิดกระบะพร้อมคาน (ป้องกันตกท้องช้าง)
สินค้ามีพร้อมจัดส่งฟรี #ระวังของลอกเลียนแบบ
ID Line : @capcarthai (ต้องมี@ด้วยนะคะ)
Facebook : https://www.facebook.com/thecapcar2012
หรือกดลิงค์ช่องทางติดต่อ http://line.me/ti/p/~@capcarthai
โทรศัพท์ : 0870704499, 0819198555


** จัดส่งฟรี เก็บเงินปลายทาง **
รถสี่ประตู (3คาน) 2,300.-
รถแคป (4คาน) 2,500.-















14


DITP เดินหน้าขยายมูลค่าส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์
เตรียมจัด STYLE Bangkok เมษายน
ต้อนรับบายเออร์จากกว่า70ประเทศ
บินตรงซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์-งานดีไซน์อัตลักษณ์ไทย

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แถลงความพร้อมการจัดงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับแถวหน้าของเอเชียหรือSTYLE Bangkok เดือนเมษายน พร้อมดันผู้ผลิต ผู้ส่งออกและดีไซเนอร์กลุ่มไลฟ์สไตล์ จัดแสดงสินค้ากว่า 1,600 คูหา ครอบคลุมพื้นที่ 41,000 ตารางเมตร ของไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2562
งานแถลงข่าวฯ ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ (ศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562) ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล กรุงเทพฯ ถนนวิทยุ ได้รับเกียรติจากรองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นางวรรณภรณ์ เกตุทัต เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมสมาพันธ์และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่งภายในงานยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ในรูปแบบนิทรรศการและแฟชั่นโชว์แสนประทับใจจากความร่วมมือของนิตยสารชื่อดังระดับนานาชาติโว้กประเทศไทย



รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “STYLE Bangkok เดือนเมษายน 2562 เป็นการรวมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สำคัญ 3 งาน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง หรือ BIFF & BIL งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้านหรือBIG+BIHและงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์หรือ TIFF สามงานแสดงสินค้านานาชาติที่จัดต่อเนื่องยาวนาน เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มไลฟ์สไตล์ของโลกและตอบรับกับความต้องการของผู้ซื้อที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงเพื่อตอบสนองแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าที่ลดระยะเวลาและภาระต่างๆ ในการเดินทางเพื่อสั่งซื้อสินค้า

“การรวมงานแสดงสินค้าทั้ง 3 งานเข้าด้วยกัน จึงเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อให้สามารถพบสินค้าที่หลากหลายและครบครันภายในงานเดียวสามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าปลีก, Concept Store, ตัวแทนจัดซื้อ นักออกแบบ, มัณฑนากร, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ห้างสรรพสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็จะเป็นการขยายโอกาสทางการค้าของผู้ร่วมแสดงสินค้าที่จะได้พบผู้ซื้อ-คู่ค้า ที่หลากหลายยิ่งขึ้น”

นางวรรณภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “STYLE Bangkok เดือนเมษายนจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์Crenovative Origin เพื่อสะท้อนแนวคิดในการผสานความคิดสร้างสรรค์ (Creative) นวัตกรรม (Innovation) และอัตลักษณ์ไทย (Original) เข้าไว้ด้วยกันโดยชูจุดเด่นของสินค้าไลฟ์สไตล์ของผู้ประกอบการไทยที่มีการต่อยอด พัฒนาผลงานอย่างสร้างสรรค์ ผสานนวัตกรรมนำสมัย เพื่อยกระดับพื้นฐานวิถีไทยสู่เวทีการค้าโลก

งานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และ CLMV ทั้งสิ้น 876 บริษัท 1,687 คูหา คาดการณ์จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 45,000 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลก คาดการสั่งซื้อภายในงานทันทีไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท”

ภายในงาน นอกจากจะมีสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและครบครันแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจกว่า 20 นิทรรศการซึ่งถือเป็นอีกไฮไลต์ที่แตกต่างจากงานอื่นๆ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ SMEs ผู้ประกอบการจากภูมิภาค ประกอบด้วย นิทรรศการ The New Faces, คูหาพาณิชย์จังหวัด, นิทรรศการ OTOP เพื่อการส่งออก ฯลฯ  กลุ่มนักออกแบบและแบรนด์น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการ Designers' Room & Talent Thai, Innovation and Design Showcase, Niche Product สินค้าสัตว์เลี้ยง ผู้สูงอายุ แม่และเด็ก และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งโรงแรม รีสอฺร์ท และที่พักอาศัย (Hospitality & Home) Art Zone ตลอดจนนิทรรศการส่งเสริมความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ นิทรรศการสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษ Functional Textile, The Pattern Creator พัฒนาและส่งเสริมนักสร้างต้นแบบตัดเย็บสู่ระดับสากล, Material Solution นิทรรศการนำเสนอแนวโน้มการใช้วัสดุต่างๆ ในการสรรค์สร้างสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ย้ำว่า “กรมฯ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพของภูมิภาคอาเซียน และผลักดันให้งานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายในอุตสาหกรรมฯ รวมทั้ง เป็นเวทีที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบปะ เจรจาธุรกิจ แลกเปลี่ยนความรู้ อัพเดทเทรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ จึงถือเป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จึงอยากขอเชิญชวนผู้ซื้อ นักธุรกิจ นักออกแบบ และประชาชนทั่วไปร่วมเลือกซื้อสินค้าภายในงานและที่สำคัญคือร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจกับศักยภาพอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทย”

STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2562 ณ ไบเทค บางนา โดยเปิดเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น. ชมรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่ www.stylebangkokfair.com หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169































































ดูคลิบได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=ycez2S9ifj4

15


ใครที่เกิดมามีผิวละเอียด ผิวสวยก็ถือว่าโชคดีไป แต่ก็ใช่ว่าทุก ๆ คนจะเกิดมาแล้วมีผิวเนียนสวยกันทุกคน คนที่ผิวไม่สวย มีปัญหาผิวเยอะ อายุที่มากขึ้น ก็ทำให้สภาพผิวเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ก็ต้องไขว่คว้าหาวิธีการบำรุง ฟื้นฟูผิวให้สวยเนียนนุ่ม น่าสัมผัส นอกจากพื้นฐานผิวของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกอื่น ๆ อีกมากมายที่คอยทำร้าย ทำลายผิว ได้แก่แสงแดด มลภาวะจากอากาศ เป็นต้น

หลายคนรู้จักคำว่า เซรั่มบำรุงผิวหน้า แต่มีอีกหลาย ๆ ท่านที่ไม่ทราบว่า serum นั้นคืออะไร? มีประโยชน์กับผิวของเรายังไง? ในคราวนี้จะมาแจกแจงให้เข้าใจกันแบบง่าย ไม่เน้นศัพท์ทางวิชาการให้มากมาย จะได้ไม่ต้องปวดหัวกัน

serum นั้นเป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลในการให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ให้ประโยชน์ในเรื่องลดรอยแดง รอยดำ ลดเลือนริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้น ให้ความกระจ่างใส ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ เปล่งประกาย ฯลฯ  มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวเหมือนกับครีมหรือโลชั่น แต่จะแตกต่างกันตรงที่ เซรั่มบำรุงผิวหน้านั้น จะมีโมเลกุลที่เล็กกว่าครีมหรือโลชั่น เป็นเหตุให้เซรั่มบำรุงผิวหน้าสามารถซึมเข้าสู่ผิวของคุณ ๆได้ดีกว่าครีมหรือโลชั่น ทำให้ไม่รู้สึกเหนียวที่ผิวหน้า

เซรั่มบำรุงผิวหน้ามีราคาแพง ใช้แล้วคุ้มค่าจริงหรือไม่
ต้องยอมรับเลยว่า เซรั่มบำรุงผิวหน้ามีราคาแพง เมื่อเทียบกับครีมบำรุงผิวหน้า เซรั่มทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งหากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เป็นประโยชน์แก่ผิวแล้วอาจทำให้ผู้ใช้เกิดความสองจิตสองใจในการซื้อเซรั่มบำรุงผิวหน้าได้ แต่ความจริงแล้วเซรั่มบำรุงผิวหน้านั้นมีส่วนประกอบของสารออกฤทธิ์ที่เข้มข้นสูงมาก ในการใช้งานแต่ละครั้งจึงใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทำให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน และเมื่อเทียบกับผลของการฟื้นบำรุงผิวอันทรงประสิทธิภาพที่ได้รับจากเซรั่มบำรุงผิวหน้าแล้ว พูดเลยการซื้อเซรั่มบำรุงผิวหน้าถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนในการบำรุงผิวหน้าที่สูงขึ้นก็ตามแต่ก็ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุดเช่นกัน

หากท่านยังไม่เคยใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้า และไม่รู้ว่าจะใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้าแบรนด์ไหนดี ไม่ต้องไปหาจากที่ไหนและไม่ต้องกังวลไป วันนี้เรามีเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดตัวหนึ่งจากหลายแบรนด์ที่เคยใช้มา มานำเสนอให้ทุกคนได้รู้จักกัน ซึ่งจะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจาก เฟิร์มมิ่งเซรั่ม ซึ่งเป็นเซรั่มสูตรแรกของ Yves Saint Laurent Beauté แค่ชื่อแบรนด์ก็การันตีได้แล้วว่าดีแค่ไหน เฟิร์มมิ่งเซรั่มนั้นอุดมไปด้วย Glycanactif™ ทำให้บริเวณ Y-Shape (ใบหน้า ลำคอและเนินอก) แลดูเต่งตึงยิ่งขึ้น ใช้เป็นประจำเช้าและก่อนนอน

ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/serums.html

หน้า: [1] 2 3 ... 35