ผู้เขียน หัวข้อ: อยู่พัฒนาการ 20 คลินิกรักษาโรคแพทย์สุนัข-แมว ทำหมัน รับเลี้ยงรายวัน หนู ตอบได้ทุ  (อ่าน 6 ครั้ง)

Cloudsupachai111

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 40800
    • ดูรายละเอียด
โดยหมอสัตวแพทย์ คลินิกรักษาโรคหมอสุนัข-แมว ฉีดวัคซีน สัตว์เลี้ยงป่วย รับเลี้ยงรายวัน สุนัข วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด) โทรติดต่อได้ 24 ชั่วโมง
รักษาสัตว์ป่วยทุกชนิด รับเลี้ยงรายวัน แมว วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด)  ที่ที่จัดไว้ให้เพื่อไม่ให้เกิดอาการเครียดค่ะ  รับอาบน้ำ กระต่าย ทางร้านเรามีทรงให้เลือกตามใจลูกค้าเลยค่ะ มีทรงให้เลือกที่ร้าน ทรงหน้ากลม ฯลฯ

กระบวนการที่แมวจะบอกรักคุณนั้นมีดังนี้ …
1. กระโจนนั้งตักคุณ แล้วก็ใช้หน้าถูกับตัวคุณ แมวส่วนมากชอบแสดงออกอย่างนี้ เรียกว่าเป็นการแสดงออกแบบสากลก็ว่าได้
2. ส่งเสียงร้องเรียกคุณ “เมี้ยว เมี้ยว” เบาๆและก็ทำหน้าอ้อนๆทำตาหวานใส่แมวที่เป็นระเบียบเรียบร้อยชอบเป็นแบบงี้
3. กัดที่แข้ง หรือศอกเบาๆเจ้าของบางคนจะเกลียด และก็รู้ผิดว่าแมวดุ แต่ว่าจริงๆ
แล้วเป็นการแสดงความรักของแมวระดับจ่าฝูงก็ว่าได้ เพราะว่าเหล่านี้จะอ้อนไม่ค่อยเป็น
4. นวดหลัง บางคราวเมื่อคุณนอนอยู่จะเห็นว่าแมวจะขึ้นไปเดิน หรือเหยียบหลังคุณ
หากว่าคุณรู้สึกพอใจมันก็จะทำเป็นประจำเพื่อให้คุณสบาย แมวเหล่านี้จัดเป็นพวกความฉลาดทางสติปัญญาสูงมากขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
5. หอมแก้ม บางคราวเวลาอุ้มแมวจะถูกแมวหอมแก้ม อันนั้นมันกล่าวว่า ” รักคุณมากเลยหล่ะ ”
6. แมวใช้เท้าหน้าลูบหน้าคุณ หรือตบที่หน้าเบาๆ
รูปแบบนี้ก็ราวความรู้สึกเวลาคุณลูบคลำหน้าผู้ที่คุณรักนั่นแหละ
7. ลูบคลำหน้า และก็ร้องๆเบาๆมันบอกคุณว่า ” รักเจ้านายมากที่สุดในโลกเลย ”
8. แมวเอาตัวมาถูที่ขา แรงๆและก็ร้องดังๆอันนี้เป็นการแสดงออกว่ารัก ของแมวชนิดหัวโจกถูกใจโวยวาย
9. กระโดดเกาะที่หลังเวลาผู้ครอบครองนั่งลง แมวสนุกสนาน หรือแมวที่ดื้อ หรือแมวเด็กๆ
มักจะแสดงออกแบบนี้ก็ราวกับในขณะที่ตอนคุณเด็กๆคุณก็ต้องการให้พ่อ อุ้มหลังขึ้นแบบเดียวกัน
10. มานอนซุกคุณเวลาคุณนอน อันนี้หมายความว่ารักมากมาย ต้องการอยู่ด้วยตลอดเวลา แม้เวลาจะนอน
 
นิสัยแมวๆตามความเชื่อของคนสมัยเก่า
1.แมวขึ้นไปติดอยู่บนเพดานบ้าน
คนโบราณเชื่อว่า แมวที่เลี้ยงไว้ หากดื้อรั้นจนกระทั่งขึ้นไปติดอยู่บนเพดานบ้านแล้วลงไม่ได้ คนสมัยเก่าท่านว่าจะได้ยินข่าวหรือมีญาติมาหา บางคนจะได้ ต้อนรับแขกบ้านแขกบ้านแขกเมืองในวันนั้น
2.แมวที่เลี้ยงไว้หนีหายไม่ยอมเข้าใกล้
คนสมัยก่อนเชื่อว่าหากแมวที่เลี้ยงในบ้านมองเห็นคนเลี้ยงที่เคยหยอกเย้าหรือเล่นด้วยลุกหนี ไม่ยอมเล่นด้วยอย่างเคย เป็นนิมิตที่ไม่ค่อยดีนัก ขอให้ระวังศัตรูที่รอคิดร้าย การทำงานระวังจะมีคนคิดคดทรยศ หรือรอกลั่นแกล้งให้คุณเสียชื่อเสียง
3.แมวไม่ยินยอมจับหนู
ธรรมดานิสัยแมวๆที่เลี้ยงไว้โดยมากจะเป็นศัตรูกับหนูและชอบจับหนู ถ้าแมวมองเห็นหนูแล้วไม่ยอมจับตามนิสัยแมวๆคนสมัยก่อนเชื่อว่าจะทำให้คนเลี้ยงหรือคนภายในบ้านโชคดี จะมีสตรี มาให้คุณด้านงานการการเงิน หรือให้ลาภแบบไม่คาดคิด
4.แมวเดินตามแบบแตกต่างจากปกติ
คนสมัยเก่ามีความคิดว่าถ้าหากแมวที่เลี้ยงไว้ภายในบ้านเดินตามผู้ครอบครองแบบผิดปกติ ท่านมั่นใจว่าเจ้าของจะได้เพื่อนพ้องที่ดี บางบุคคลอาจได้มิตรแท้ซึ่งสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ
5.แมวชอบพันแข้งพันขามากไม่ปกติ
คนรุ่นเก่าเชื่อว่าแมวที่เลี้ยงไว้ หากเดินเข้ามาเคล้าคลอร์พันแข้งพันขาคนเลี้ยงมากมายแตกต่างจากปกติ ให้ระวังในเรื่องของอารมณ์ ทำการสิ่งใดพยายามอย่าใจร้อนใจร้อน แล้วจะเกิดผลดีในคราวหลัง
6.แมวมีความประพฤติวิ่งวนอย่างไม่ดีเหมือนปกติ
คนสมัยก่อนมีความเห็นว่าถ้าเกิดแมวที่เลี้ยงไว้ในบ้านวิ่งวนไปบริเวณห้องอย่างไม่ปกติ ไหมเคยมีการกระทำที่ได้กล่าวมาแล้วเหล่านี้มาก่อน คนโบราณท่านว่าห้ามตีเนื่องจากว่าเป็นนิมิตที่ดี จะโชคดีเรื่องเงินทอง จะมีคนนำทรัพย์สินมา ให้แบบไม่คาดคิด
 
ความลับเรื่องแมวที่คุณอาจไม่รู้จัก

1. เชื่อว่าแมวจะขโมยลมหายใจของเด็กอ่อน
จริงๆแล้วแมวไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรก็ตามกับเด็กแรกคลอดของคุณหรอกนะคะ เพียงแต่ว่าพวกมันถูกใจหาที่อบอุ่นๆและสบายๆนอน ซึ่งลมหายใจของทารกเป็นอุณหภูมิที่แมวต้องการพอดิบพอดี เพราะฉะนั้นเองจึงทำให้แมวถูกใจเข้าไปคลุกคลีกับเด็กแรกคลอดเสมอๆเท่านั้นเอง แม้กระนั้นดังนี้คุณก็ไม่สมควรให้แมวเข้าใกล้ทารกของคุณมากจนเกินความจำเป็นด้วยเหตุว่าเด็กบางครั้งก็อาจจะติดโรค หรืออาจจะส่งผลให้ทารกกำเนิดภูมิแพ้ได้
2. มั่นใจว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเลี้ยงแมว
ในความเป็นจริงแล้วเพศหญิงที่ตั้งท้องนั้นไม่สมควรสัมผัสตัวแมว หรือทำอะไรเกี่ยวกับแมวบ่อยครั้งนัก เพราะอาจจะทีช่องทางติดเชื้อโรคท็อกโซพลาสโมสิสจากแมวได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงสามเดือนแรก ซึ่งถ้าหากเด็กทารกติดโรคอาจจะมีการเกิดอาการสมองบวมน้ำ ประสาทตาอักเสบ หรืออารมณ์แตกต่างจากปกติ เพราะฉะนั้นหญิงมีครรภ์จำเป็นจะต้องเลี่ยงการสัมผัสตัวแมว แล้วก็ของใช้ที่เกี่ยวกับแมวทั้งหมดดียิ่งกว่า
3. มั่นใจว่าแมวดำเป็นเครื่องหมายของความโชคร้าย
จากผลของการสำรวจผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ในปี 2000 พบว่าคนไข้โรคภูมิแพ้โดยมากมีต้นเหตุที่เกิดจากการสัมผัสแมวขอสีดำ หรือแมวขนสีเข้มมากยิ่งกว่าแมวขนสีอ่อนๆถึง 4 เท่า นั่นเป็นด้วยเหตุว่าตามผิวหนัง และในน้ำลายของพวกแมวขนสีดำ หรือแมวขนสีแก่มีสารสำคัญในการก่อภูมิแพ้ที่เรียกว่า Fel.d1 สะสมอยู่มากกว่าแมวขนสีอ่อน ด้วยมูลเหตุนี้เองที่ทำให้หลายๆคนมั่นใจว่าแมวดำจะความโชคร้ายมาให้นั่นเอง
4. มั่นใจว่าแมวมี 9 ชีวิต
ความศรัทธาที่ว่าแมว มี 9 ชีวิตนั้นถูกเล่าขานเป็นตำนานกันออกไปต่างๆนานาทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศแถบยุโรป ทวีปเอเชีย อเมริกา หรือแอฟริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอียิปต์ที่เชื่อถือว่า แมวเป็นผู้แทนของทวยเทพเทวดาอย่างยิ่งจริงๆ เหตุที่ทำให้ผู้คนต่างคิดว่าแมวมี 9 ชีวิตบางครั้งก็อาจจะเนื่องมาจากว่า ลำตัวของแมวมีความยืดหยุ่นสูง ก็เลยทำให้สามารถกระโจนจากที่สูงได้โดยไม่บาดเจ็บ และแมวก็สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยอยู่กับผู้คนเท่านั้นเอง
5. เชื่อว่าแมวสามารถลงพื้นได้อย่างปลอดภัยทุกหน
แม้แมวจะมีร่างกายที่ยืดหยุ่นสูง แต่ก็ใช่ว่าพวกมันจะกระโดดลงจากที่สูงลงมาได้โดยสวัสดิภาพเสมอไป ด้วยเหตุว่าแมวก็มีสิทธิ์พลาด และพลั้งพลาดตกลงมาได้เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุดังกล่าวในบางครั้งแมวก็มีโอกาสเกิดรอยแผล รวมทั้งกำเนิดอาการบาดเจ็บได้เช่นกัน

 6. เชื่อว่าเสียงครางซึ่งก็คือแมวกำลังเริ่มจะมีความสบาย
เสียงครางเป็นเสียงแรกที่แมวสามารถทำได้ ตั้งแต่อายุน้อย ด้วยเหตุว่าในเวลานั้นพวกมันไม่สามารถที่จะทำเสียงสูง หรือเสียงต่ำได้ ก็เลยทำให้ท่านได้ยินเสียงครางเป็นประจำและรู้เรื่องว่าแมวกำลังเริ่มจะมีความสำราญ โดยเหตุนี้เสียงครางจึงมิได้มีความหมายว่าพวกมันกำลังเริ่มจะมีความสุขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แม้กระนั้นบางทีอาจจะกำลังสื่อสารให้คุณรู้ว่าพวกมันกำลังป่วยไข้ หรือบาดเจ็บอยู่ก็เป็นไปได้
7. มั่นใจว่าแมวไม่ชอบน้ำ
ก็ใช่ว่าแมวทุกตัวจะกลัว หรือเปล่าชอบน้ำเสมอไปหรอกนะคะ เพราะว่าแมวบางตัวก็ชอบเล่นน้ำเช่นกัน ดังเช่นว่าแมวสายพันธุ์ เตอร์กิชแวน หวานใจการว่ายน้ำเป็นความรู้สึกนึกคิด จนได้รับสมญานามว่า “Swimming cat” เลยทีเดียว แม้กระนั้นที่เรามีความเห็นว่าแมวเลี้ยงส่วนมากไม่ค่อยใกล้จุดที่มีแหล่งน้ำสักเท่าไหร่ ก็เพราะเหตุว่าแมวมีความรู้สึกว่ามันไม่คุ้มกับการที่จะต้องหาเรื่องทำให้ตนเองเปียก เพื่อแลกเปลี่ยนกับปลาตัวเล็กๆในสระ แม้ว่ามีของกินจานใหญ่รออยู่ข้างหน้าแล้วนั่นเอง
8. มั่นใจว่าแมวเป็นสัตว์หากินตอนกลางคืน
โน่นเป็นเนื่องจากว่าสายตาของแมวสามารถเห็นสิ่งต่างๆผ่านแสงสว่างน้อยๆหรือความมืดในกลางคืนได้ดีมากยิ่งกว่าแสงสว่างในกลางวัน โดยยิ่งไปกว่านั้นในระยะเวลาโพล้เพล้ หรือใกล้ค่ำ จะเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการล่าเหยื่อมากที่สุด แม้กระนั้นก็ใช่ว่าแมวจะสามารถเห็นถึงแม้ในที่มืดมิดได้หรอกนะ
9. มั่นใจว่าแมวชอบความโดดเดี่ยว
ถึงแม้ว่าแมวจะได้อยู่รวมกันเป็นฝูงราวกับสัตว์จำพวกอื่นๆแม้กระนั้นพวกมันก็จะอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกัน หรือบริเวณใกล้ๆกับแหล่งอาหารของพวกมันนั่นเอง โดยยิ่งไปกว่านั้นแมวเพศผู้ที่แก่โดยประมาณ 18 ข้างขึ้นไป ก็จะออกไปพบรับประทานตัวเดียวมากกว่าแมวเพศภรรยา โดยเหตุนั้นถ้าเกิดคุณไม่ต้องการให้แมวที่คุณเลี้ยงหนีออกไปอยู่นอกบ้าน ก็น่าจะเลี้ยงแมวตั้งแต่พวกมันอายุ 8 – 10 เดือน และควรจะเลี้ยงสองตัวขึ้นไป ก็จะก่อให้พวกมันมีนิสัยอยู่ติดบ้านมากยิ่งกว่า เลี้ยงแมวแก่ หรือเลี้ยงแมวแค่เพียงตัวเดียว
สถานพยาบาลรักษาสัตว์ แฟนงสุนัข แมว กระต่าย กระรอกให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง ตอบได้ทุกปัญหา
 กรณีฉุกเฉินติดต่อ 24 Hrs

เครดิต : http://www.vetpattanakarn20.com/

Tags :  สัตวแพทย์ พัฒนาการ, คลินิกสัตว์ พัฒนาการ, หมอสัตว์