ผู้เขียน หัวข้อ: ธุรกิจมีกี่แบบ อะไรบ้าง???  (อ่าน 9 ครั้ง)

promiruntee

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 353
    • ดูรายละเอียด
ธุรกิจมีกี่แบบ อะไรบ้าง???
« เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2018, 09:56:32 PM »
การประกอบธุรกิจในตอนนี้มีอยู่หลายลักษณะธุรกิจขนาดเลข
ธุรกิจขนาดกลางแล้วก็ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศเพื่อให้กำเนิดความสบายสำหรับการกระทำตามข้อบังคับ หรือกฎที่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติต่างๆ จึงมีการกำหนดรูปแบบธุรกิจออกเป็น 5 แบบ ดังต่อไปนี้
 1. กิจการค้าของผู้เดียว (Sole or Single Proprietorship) ธุรกิจผู้ครอบครองผู้เดียว เป็นการประกอบธุรกิจที่บุคคลผู้เดียวเป็นเจ้าของธุรกิจ และก็บริหารจัดการธุรกิจทุกเรื่องด้วยตัวเอง การประกอบธุรกิจในรูปแบบนี้จะใช้เงินลงทุนต่ำ มีวิธีการดำเนินงานที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก การบริหารจัดการต่างๆ มีความคล่องตัวสูง แล้วก็เป็นธุรกิจที่สามารถประสบพบเห็นในชีวิตประจำวันมากที่สุด ได้แก่ หาบเร่ ร้านค้าเคลื่อนที่ ร้านขายของชำ ร้านเสริมสวย ร้านค้าขายเสื้อผ้
2. ห้างหุ้นส่วน (Partnership)ห้างหุ้นส่วนเป็นรูปแบบของการประกอบธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และสามารถทำนิติกรรมตามกฎหมายได้ โดยการทำข้อตกลงด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรที่จะเข้าเป็นหุ้นส่วนกัน ซึ่งผู้เป็น
หุ้นส่วนจะต้องลงทุนร่วมกันด้วยเงินหรือกำลังกาย เพื่อจุดประสงค์ในการแบ่งผลกำไรที่จะได้รับจากการดำเนินกิจการด้วยกัน ห้างหุ้นส่วนแบ่งได้เป็น 2 ประเภทเป็น
2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership ) เป็นรูปแบบที่ผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องรับผิดชอบสำหรับในการ
จ่ายและชำระหนี้สินร่วมกันโดยไม่กำหนดจำนวน ห้างหุ้นส่วนสามัญจะลงบัญชีเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้ โดยมีจุดหมายจะแบ่งผลกำไรแล้วก็ขาดทุนที่เกิดจากการประกอบธุรกิจนั้น ในรูปทรงเสมอกันตามปริมาณหุ้น ห้างหุ้นส่วนสามัญแบ่งได้ 2 ประเภทยกตัวอย่างเช่น
1) ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (ลงทะเบียน) เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน
ถูกต้องตามกฎหมายแม้มีการฟ้องศาลต้องฟ้องห้างหุ้นส่วน เมื่อทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนไม่พอใช้หนี้จึงจะฟ้องศาลจากหุ้นส่วนถัดไป
2) ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (ไม่ขึ้นทะเบียน) เป็นห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนให้
ถูกกฎหมาย ผู้ที่เป็นหุ้นส่วนกับห้างหุ้นส่วนจะไม่แยกจากกัน เจ้าหนี้สามารถฟ้องศาลบุคคลใดก็ได้
2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด (ลงทะเบียนเป็นนิติบุคคล) (Limited Partnership) เป็นต้นแบบห้างหุ้นส่วน
ที่จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลจึงส่งผลทำให้ธุรกิจนั้นเหมือนเป็นบุคคล และก็มีสิทธิดำเนินการต่างๆดังที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนแบ่งได้ 2 จำพวก เป็นต้นว่า
1) หุ้นส่วนชนิดให้ความหมายรับผิดชอบ ผู้เป็นหุ้นส่วนจะมีผู้เดียวหรือคนไม่ใช่น้อยก็ได้
ซึ่งรับผิดชอบเพียงแค่จำนวนเงินหรือสินทรัพย์ที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเพียงแค่นั้น
2) หุ้นส่วนชนิดไม่จำกัดความรับผิดชอบ ผู้เป็นหุ้นส่วนจะมีผู้เดียวหรือผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ก็ได้ ซึ่งรับผิดชอบในบรรดาหนี้สินทั้งสิ้นของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดปริมาณ
3. บริษัทจำกัด (Corporation) บริษัทจำกัด เป็นการประกอบกิจการที่ลงทะเบียนเป็นนิติบุคคล ก่อตั้งเพื่อจุดประสงค์สำหรับการค้นหากำไรจากกิจการค้า ซึ่งจะแบ่งทุนออกเป็นหุ้นที่มีมูลค่าหุ้นละเท่าๆกัน
 และก็มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป แต่ว่าไม่ถึง 100 คน โดยผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบจำกัดเพียงแต่ไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งไม่ครบราคาหุ้นที่ถืออยู่ ในขณะนี้เมืองไทยแบ่งบริษัทจำกัดออกเป็น 2 ประเภท ยกตัวอย่างเช่น
1. บริษัทเอกชนจำกัด เป็นบริษัทชนิดหนึ่งซึ่งก่อตั้งด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่าๆกัน โดยมีผู้ถือหุ้นไม่เกิน 100 คน
 2. บริษัทมหาชนจำกัด เป็นบริษัทที่ก่อตั้งเพื่อจุดหมายสำหรับในการเสนอขายหุ้นต่อสามัญชน ซึ่งมีหุ้นตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป โดยผู้ถือหุ้นมีความรับผิดชอบจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่จำเป็นต้องจ่าย แล้วก็บริษัทดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้กำหนดความมั่นหมายแบบนั้นไว้ภายในหนังสือบริคณห์สน
 พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 ได้ระบุลักษณะส่วนประกอบของบริษัทมหาชนจำกัดไว้พอเพียงสรุปได้ดังต่อไปนี้
 1) ปริมาณผู้ถือหุ้น มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 15 คน
 2) ทุนสำหรับจดทะเบียน ไม่มีการกำหนดจำนวนทุนสำหรับจดทะเบียนขั้นต่ำไว้
 3) ค่าหุ้นและก็การจ่ายเงินค่าหุ้น หุ้นของบริษัทมหาชนจำกัดแต่ละหุ้นควรมีค่าเสมอกันแล้วก็จำต้องจ่ายค่าหุ้นครั้งเดียวเต็มมูลค่าหุ้น
 4) ปริมาณผู้ตัดสิน ควรมีปริมาณกรรมการของบริษัทไม่น้อยกว่า 5 คน รวมทั้งกรรมการไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งควรมีที่อยู่ในประเทศไทย
4. สหกรณ์ (Cooperative) สหกรณ์ เป็นรูปแบบธุรกิจอีกต้นแบบหนึ่ง ซึ่งมีคณะบุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ที่มีอาชีพสิ่งที่มีความต้องการ ความพอใจที่คล้ายคลึงร่วมกันตั้ง แล้วก็ขึ้นทะเบียนถูกตามพระราชบัญญัติ สหกรณ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอาชีพ การครองชีพของสมาชิกและครอบครัวให้มีฐานะการดำรงชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ให้คุณประโยชน์อีกทั้งต่อสมาชิกของสหกรณ์รวมทั้งต่อส่วนรวม ในตอนนี้สหกรณ์สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท (ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พุทธศักราช2511 มาตรา 7) ดังเช่นว่า
1) สหกรณ์จำกัด เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกมีความรับผิดชอบจำกัดเพียงแค่ไม่เกินปริมาณค่าหุ้นที่ยังคงใช้ไม่ครบค่าหุ้นที่ตนถือ
2) สหกรณ์ไม่จำกัด เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกทุกท่านมีความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อหนี้สินทั้งหมดของสหกรณ์ไม่จำกั
5. รัฐวิสาหกิจ (State Enterprise)
 รัฐวิสาหกิจ เป็นหน่วยงานของเมืองหรือหน่วยงานของรัฐบาลเป็นเจ้าของ แล้วก็บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมีหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 มีระบบระเบียบการบริหารงานอยู่ระหว่างราชการและเอกชนโดยพิจารณาถึงหลักสำคัญทางการบริหารให้เป็นไปตามขั้นตอน เพื่อคุ้มครองป้องกันการโกง ตลอดจนความสงบสุขของราษฎรในประเทศเป็นหลักสำคัน
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ธุรกิจ 2018

Tags : ธุรกิจออนไลน์,นักธุรกิจรุ่นใหม่