ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางพิจารณาคุณภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 4 ครั้ง)

komgrit1989

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4475
    • ดูรายละเอียด
6 แนวทางสำรวจประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านเครื่องใช้กระแสไฟฟ้ารวมทั้งวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความแตกต่างกันด้วย หากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่ว่าถ้าพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ที่มิได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งยังเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีทั้งยังคุณภาพดี คุณภาพต่ำ และก็ปัญหาในตัวเองคละเคล้ากันไป เพราะฉะนั้น พวกเราจึงจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การตรวจตราคุณภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. ตรวจตราความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่เราสามารถวิเคราะห์ด้วยตัวเองได้ และควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องจากสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแล้วก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างแข็ง ในขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อเสนอเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป ด้วยเหตุว่าจะไม่สามารถพับสายได้ ถ้าหากพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อเรื่อง ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป เนื่องจากว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อนำไปใช้งานบ่อยๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสายสัญญาณเสียง ราคาที่เหมาะสมที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แม้กระนั้นในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกขาด ถ้าหากเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. วิเคราะห์สิ่งของที่ใช้สำหรับในการทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจำหน่ายในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองสัมฤทธิ์ รวมทั้งอลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรจะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีกว่า เนื่องด้วยเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมินัม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ตอนที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าเกิดทิ่มไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีคงทนถาวรสูง มีอายุการใช้แรงงานช้านาน ไม่ค่อยมีปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดรอย ตอนที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจะต้องใช้งานอย่างรอบคอบ ถ้าไม่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว
3. วิเคราะห์การยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหงุดหงิดบ และถ้าเกิดสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องทิ้งอย่างเดียว ดังนั้นสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราก็เลยจำเป็นต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจตราความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เนื่องจากว่าเป็นความยาวที่สมควรในการทิ่มเข้ากับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหละหลวม อีกทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา แม้เป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่สามารถเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจำต้องคอยพยุงไว้ ส่วนหากโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือจะก่อให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา ถ้าเผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายมีการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้ถึงแม้ว่าจะมิได้ส่งผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ เพราะเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนถึงมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินไปจนกระทั่งกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าคืออะไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับเสียบวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วๆไป ควรมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตราแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกผลิตภัณฑ์จากแบรนด์แปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะว่ามักจะเป็นสินค้าที่มิได้คุณภาพ มีโอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความใส่ใจ เพื่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สาย audio cable

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable